ตั้งค่าร้าน
เข้าที่หลังร้าน เมนู ตั้งค่า ทุกหัวข้ออยู่ในหน้าเดียวกัน แก้ตรงไหนก็ได้ แล้วแถบบันทึกจะเด้งขึ้นมาที่ด้านล่าง กด "บันทึก" ทีเดียวจบ ไม่ต้องกดแยกทีละส่วน

อัปโหลดรูปเสร็จแล้วยังต้องกดบันทึกอีกที รูปถึงจะขึ้นหน้าร้าน รองรับ JPG, PNG, WEBP, GIF และ AVIF ขนาดไม่เกิน 10 MB
ร้าน

- รูปโปรไฟล์ร้าน เริ่มต้นเป็นรูปโปรไฟล์ EasyDonate ของคุณ (ร้านสังกัดจะเป็นโลโก้สังกัด) กด เปลี่ยนรูป เพื่ออัปรูปใหม่ จะมีหน้าต่าง ปรับรูปภาพ ขึ้นมาให้ซูมกับลากรูปให้พอดีวงกลมก่อน เสร็จแล้วกด ใช้รูปนี้ ถ้าอยากกลับไปใช้รูปเดิมกด ใช้รูปจาก EasyDonate
- ชื่อร้าน ยาวได้ไม่เกิน 80 ตัวอักษร
- คำอธิบาย เล่าเรื่องร้านสั้นๆ แสดงบนหน้าร้าน
- รูปปก อยู่ด้านบนสุดของหน้าร้าน ถ้าไม่ใส่ หน้าร้านจะใช้สีหลักของร้านแทน
![]()
เปลี่ยนลิงก์ร้าน
เปลี่ยนลิงก์ได้ในช่อง ลิงก์ร้าน กฎเหมือนตอนเปิดร้าน (a-z 0-9 และ - ยาว 3-30 ตัว) พอกดบันทึกระบบจะถามยืนยันอีกรอบ
อ่านก่อนเปลี่ยนลิงก์
ลิงก์เดิมจะใช้ไม่ได้ ทันที ที่บันทึก ใครกดลิงก์เก่าที่แชร์ไว้จะเข้าร้านไม่ได้ ทั้งในโปรไฟล์ ใต้คลิป หรือโพสต์เก่าๆ ต้องตามไปแก้เองทั้งหมด หลังบันทึกระบบจะพาไปหน้าตั้งค่าบนลิงก์ใหม่ และอาจต้องเข้าสู่ระบบอีกครั้ง

ช่องทางรับเงิน
ติ๊กเปิดหรือปิดช่องทางที่ลูกค้าจ่ายได้ ต้องเปิดไว้อย่างน้อย 1 ช่องทางเสมอ เงินเข้าบัญชีของร้านตรง ๆ ปกติจะเป็นบัญชีเดียวกับที่เจ้าของร้านใช้รับโดเนท จะแยกบัญชีให้ร้านก็ได้ (ดูบัญชีรับเงินของร้าน)
ถ้าช่องทางที่เปิดไว้เกิดใช้ไม่ได้ขึ้นมา เช่น การเชื่อมต่อ TrueMoney หมดอายุ จะมีป้าย ซ่อนจากลูกค้า กับข้อความบอกสาเหตุ ช่องทางนั้นจะหายไปจากหน้าชำระเงินจนกว่าจะแก้ที่บัญชีรับเงินเสร็จ ไม่ต้องกลับมาติ๊กใหม่

รายละเอียดแต่ละช่องทางดูได้ที่หน้าเปิดร้าน ส่วนพร้อมเพย์ (FFP) จะโผล่ในรายการนี้ก็ต่อเมื่อทีมงานตั้งค่าบัญชีร้านค้า FeelFreePay ให้ร้านแล้วเท่านั้น
บัญชีรับเงินของร้าน
ตรงนี้คือพร้อมเพย์กับบัญชีธนาคารที่ลูกค้าโอนเข้า ตอนจ่ายแบบ โอนแล้วแนบสลิป และ โอนเข้าบัญชีธนาคาร แต่ละอันเลือกได้ว่าจะ
- ใช้บัญชี EasyDonate คือใช้บัญชีเดียวกับในบัญชีรับเงินของ EasyDonate (ตั้งมาแบบนี้)
- บัญชีแยกของร้าน ใส่บัญชีใหม่ให้ร้านไปเลย ขี้เกียจพิมพ์ใหม่ก็กด ดึงจาก EasyDonate แล้วค่อยแก้

พร้อมเพย์เลือก ประเภท ได้ครบเท่าในบัญชีรับเงินของ EasyDonate คือ เบอร์โทรศัพท์, เลขประจำตัวประชาชน, e-Wallet ID, K-Shop, SCB แม่มณี, BBL Merchant Pro และร้านค้าถุงเงิน ส่วนบัญชีธนาคารก็เลือกธนาคาร ใส่เลขบัญชีกับชื่อบัญชี
ไม่อยากพิมพ์เลขเอง เลือก บัญชีแยกของร้าน แล้วกด ไม่ต้องกรอกเอง (อัปโหลดรูป QR พร้อมเพย์ของคุณ ระบบจะอ่านหมายเลขให้เอง) จากนั้นลากรูป QR มาวาง (รูปที่เซฟไว้ รูปถ่ายป้าย QR หรือภาพแคปจากแอปธนาคารก็ได้) หรือจะวางโค้ดจาก QR แล้วกด อ่านโค้ด ก็ได้ ระบบจะเลือกประเภทและกรอกหมายเลขให้

บัญชีต้องเป็นของเจ้าของร้าน
ร้านส่วนตัวจะรับแค่บัญชีที่ตรงกับข้อมูลในบัญชี EasyDonate ของเจ้าของร้าน กันคนอื่นแอบเปลี่ยนเงินไปเข้าบัญชีตัวเอง
- พร้อมเพย์เบอร์โทร ต้องเป็นเบอร์ที่ยืนยันไว้แล้ว
- พร้อมเพย์เลขบัตร ต้องตรงกับเลขบัตรที่กรอกไว้
- ชื่อบัญชีธนาคาร ต้องตรงกับชื่อ-นามสกุลในบัญชี (นาย นาง นางสาว ไม่ต้องตรงก็ได้) ใครยังไม่ได้กรอกชื่อ-นามสกุล ไปกรอกที่จัดการบัญชีก่อน
ส่วน e-Wallet ID กับหมายเลขร้านค้า (K-Shop, SCB แม่มณี, BBL Merchant Pro, ร้านค้าถุงเงิน) ใช้ของร้านได้เลย ไม่ต้องตรงกับบัญชี EasyDonate
e-Wallet ของกสิกรไทย
ถ้าใส่ e-Wallet ID ที่เป็นของธนาคารกสิกรไทย ต้องตั้ง บัญชีธนาคาร (โอนแล้วแนบสลิป) เป็นบัญชีกสิกรไทยไว้ด้วยถึงจะบันทึกได้ เพราะลูกค้าที่โอนจากแอป K PLUS สลิปจะขึ้นเป็นเลขบัญชีธนาคารแทนพร้อมเพย์
ส่วนนี้มีแค่เจ้าของร้านที่แก้ได้ แอดมินเห็นอย่างเดียว และถ้าเจ้าของร้านรับเงินผ่านบัญชีสังกัดอยู่ จะตั้งบัญชีแยกไม่ได้ ร้านจะใช้บัญชีของสังกัดไป
talent ที่สังกัดอนุญาตให้เปิดร้านเอง
ถ้าคุณใช้ช่องทางรับเงินของสังกัดอยู่ แต่สังกัดอนุญาตให้เปิดร้านเอง ร้านจะใช้ได้แค่ บัญชีแยกของร้าน เพราะบัญชีที่อยู่ในหน้าบัญชีรับเงินของคุณเป็นของสังกัด ตัวเลือก ใช้บัญชี EasyDonate กับปุ่ม ดึงจาก EasyDonate เลยจะไม่โผล่มา ใส่พร้อมเพย์หรือบัญชีธนาคารของตัวเองไว้อย่างน้อย 1 บัญชี ลูกค้าจะโอนได้เฉพาะบัญชีที่ใส่ไว้ และช่วงที่ยังใช้ช่องทางของสังกัดอยู่ ร้านจะรับทรูมันนี่ไม่ได้นะ
ตลาด ezdn.shop
เปิด แสดงร้านและสินค้าใน ezdn.shop เพื่อให้ร้านไปขึ้นในหน้ารวมร้านค้าที่ ezdn.shop คนที่ยังไม่รู้จักคุณจะเจอร้านได้จากตรงนั้น

ปิดไว้ก็ไม่เป็นไร ร้านยังเข้าผ่านลิงก์ได้ปกติ แค่ไม่โผล่ในหน้ารวม (ร้านที่เพิ่งเปิดจะปิดตัวเลือกนี้ไว้ก่อนเสมอ)
ถ้าคุณเป็น EasyDonate Partner ร้านจะมีป้าย Partner สีน้ำเงินติดข้างชื่อ ทั้งบนหัวร้านและในหน้ารวมร้านค้า
หน้ารวมร้านค้า ezdn.shop เป็นคนละที่กับตลาดใน Dashboard ที่ขายกรอบโปรไฟล์นะ
หน้าโดเนท
เปิด แสดงสินค้าบนหน้าโดเนทของคุณ แล้วสินค้าที่เผยแพร่ล่าสุดจะขึ้นเป็นแถวบนหน้ารับเงิน คนที่เข้ามาโดเนทกดเข้าร้านต่อได้เลย

สำหรับร้านสังกัด ตัวเลือกนี้ใช้กับ talent ทุกคนในสังกัด สินค้าที่ผูกกับ talent คนไหนจะขึ้นบนหน้าโดเนทของคนนั้น ถ้าปิด จะไม่มีแถวสินค้าของร้านสังกัดบนหน้าโดเนทใครเลย
ถ้าสตรีมเมอร์มีให้เลือกหลายร้าน (ร้านตัวเอง ร้านสังกัด ร้านที่โปรโมต) เจ้าตัวเลือกเองได้ว่าจะให้ร้านไหนขึ้น ที่หน้ารับเงิน > สินค้าบนหน้าโดเนท แถวสินค้าตอนนี้ขึ้นเฉพาะธีม Default นะ
เชื่อมร้านกับสังกัด
ถ้าคุณเปิดร้านส่วนตัวแต่อยู่ในสังกัดด้วย จะเชื่อมร้านกับสังกัดก็ได้ talent ในสังกัดจะเอาสินค้าของร้านคุณไปขึ้นหน้าโดเนทกับวิดเจ็ตได้เหมือนเป็นร้านสังกัด แต่เงินยังเข้าบัญชีคุณ และคุณยังเป็นคนดูแลร้านเหมือนเดิม
- ในหัวข้อ หน้าโดเนท จะมีรายชื่อสังกัดที่คุณอยู่ กด "เชื่อมกับสังกัด" ถ้าคุณเป็นเจ้าของหรือแอดมินสังกัด เชื่อมได้ทันที
- ถ้าเป็นแค่สมาชิก ปุ่มจะเป็น "ขอเชื่อม" ต้องรอเจ้าของหรือแอดมินสังกัดกดยอมรับก่อน ระหว่างนั้นจะมีป้าย รอสังกัดยืนยัน
- เชื่อมได้ทีละ 1 สังกัด จะยกเลิกก็กด "ยกเลิกการเชื่อม" (หรือ "ยกเลิกคำขอ" ถ้ายังรออยู่) ฝั่งสังกัดก็ยกเลิกได้เหมือนกัน
- ร้านที่เปิดด้วยโค้ด Early Access ของสังกัด จะเชื่อมกับสังกัดนั้นให้เองตั้งแต่แรก

หน้าตา
- สีหลัก เลือกเฉดสีกับความเข้ม หรือพิมพ์รหัสสีเองก็ได้ ใช้กับปุ่มและไฮไลต์บนหน้าร้าน ถ้าสีอ่อนไปจนตัวหนังสือสีขาวบนปุ่มอ่านยาก ระบบจะเตือนไว้
- โหมดเริ่มต้น สว่างหรือมืด คือโหมดที่ลูกค้าเห็นตอนเข้าร้านครั้งแรก ลูกค้าสลับเองได้จากปุ่มบนหัวร้าน
- ล็อกโหมด เปิดแล้วปุ่มสลับจะหายไป ลูกค้าเห็นแต่โหมดที่คุณเลือก
- ฟอนต์ ฟอนต์ของหน้าร้าน ค่าเริ่มต้นคือ FC Vision หรือจะเลือกฟอนต์ไทยอื่นอย่าง Kanit, Prompt, Sarabun, IBM Plex Sans Thai ก็ได้
- แสดงจำนวนที่จองแล้ว เปิดแล้วสินค้า Pre-order (และสินค้าดิจิทัลที่ขายล่วงหน้า) จะขึ้นยอดจอง เช่น จองแล้ว 12 / 50 ชิ้น ปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น ร้านที่เคยโชว์ยอดจองมาก่อนก็จะไม่โชว์แล้วจนกว่าจะเปิดเอง
ด้านขวามีตัวอย่างการ์ดสินค้ากับปุ่มให้ดูว่าสีและฟอนต์ออกมาเป็นยังไง (ต้องมีสินค้าที่เผยแพร่แล้วอย่างน้อย 1 ชิ้นถึงจะเห็นการ์ด)


หน้าแรกร้าน
ส่วนนี้คือของที่อยู่ใต้รูปปกบนหน้าแรกของร้าน
- ข้อความตัวเลื่อน (ticker) แถบข้อความวิ่งๆ เช่น "ส่งฟรีเมื่อครบ 400 บาท" ยาวได้ 200 ตัวอักษร
- ประกาศ แบนเนอร์รูปภาพ ใส่ได้ 10 อัน แนะนำรูปสัดส่วน 16:5 ใส่ข้อความกับลิงก์เพิ่มได้ (ไม่บังคับ) ลากเพื่อสลับลำดับได้
- ลิงก์บนหน้าแรก ปุ่มลิงก์ไปที่อื่น ใส่ได้ 4 อัน เลือกได้ 2 แบบ คือ ไอคอนและข้อความ หรือ รูปภาพ (รูปเต็มช่อง สัดส่วน 2:1) ถ้าเลือกไอคอนเป็น อัตโนมัติ ระบบจะเดาไอคอนจากลิงก์ให้ เช่น ลิงก์ Discord ก็ขึ้นไอคอน Discord

ลิงก์ทุกอันต้องขึ้นต้นด้วย https://
ลิงก์ติดต่อ
ลิงก์ที่ลูกค้าใช้ติดต่อร้าน จะแสดงที่ท้ายหน้าร้าน (ปุ่ม ติดต่อร้าน ในหน้าแรกร้านและในหน้าติดตามคำสั่งซื้อจะพาเลื่อนลงมาตรงนี้) และในหน้าต่าง ติดต่อร้าน ที่เปิดจากแถบเมนูบนหัวร้าน ถ้าร้านยังไม่มีลิงก์ติดต่อเลย เมนูนี้จะไม่ขึ้น ใส่ไว้สักช่องทางก็ยังดี ลูกค้าจะได้มีที่ถามเวลาของมีปัญหา ดูหน้าตาฝั่งลูกค้าได้ที่ติดต่อร้าน
- กด "เพิ่มลิงก์" แล้วเลือกแพลตฟอร์ม เช่น Discord, LINE, Facebook, Instagram, X, TikTok, YouTube หรืออีเมล ถ้าไม่มีในรายการให้เลือก ลิงก์อื่น ๆ แล้วตั้งชื่อลิงก์เอง
- ใส่ได้สูงสุด 12 ลิงก์ ลากเพื่อเรียงลำดับได้ หน้าร้านจะแสดงตามลำดับนี้
- ถ้าตั้งโซเชียลไว้ในบัญชี EasyDonate แล้ว กด "ดึงจากบัญชี EasyDonate" ระบบจะเพิ่มลิงก์ที่ยังไม่มีให้ แล้วกดบันทึก

วิธีจัดส่ง
ตรงนี้ใช้ตั้งว่าลูกค้าจะรับของได้ทางไหนบ้าง มี 2 แบบ คือ ส่งพัสดุ กับ นัดรับ รวมกันใส่ได้ 10 วิธี ตอนจ่ายเงินลูกค้าเลือกได้ 1 วิธี อันแรกในรายการจะถูกเลือกไว้ให้ก่อน อยากให้อันไหนขึ้นก่อนก็ลากสลับได้เลย แต่ลบจนหมดไม่ได้นะ ต้องเหลือไว้อย่างน้อย 1 วิธี
ถ้าในออเดอร์มีแต่ของดิจิทัล จะไม่คิดค่าส่งและลูกค้าไม่ต้องเลือกวิธีจัดส่ง

ส่งพัสดุ
กด "เพิ่มวิธีส่งพัสดุ" แล้วกรอก
- ชื่อที่ลูกค้าเห็น เช่น ส่งพัสดุธรรมดา หรือ EMS
- ชิ้นแรก (บาท) ค่าส่งของชิ้นแรก
- ชิ้นถัดไป เพิ่มชิ้นละ (บาท) ชิ้นที่ 2 เป็นต้นไปบวกเพิ่มชิ้นละเท่านี้ ถ้าอยากคิดเหมาต่อออเดอร์แบบเดิมก็ใส่ 0
- จำกัดค่าส่งสูงสุด (ไม่บังคับ) เปิดแล้วใส่ ค่าส่งสูงสุด (บาท) ซื้อเยอะแค่ไหนค่าส่งก็ไม่เกินนี้ (ห้ามน้อยกว่าค่าส่งชิ้นแรก)

ถ้างงว่าคิดยังไง กดปุ่ม ? ข้างคำว่า ค่าส่ง มีตัวอย่างให้ดู สมมติตั้งชิ้นแรก 50 บาท ชิ้นถัดไป 10 บาท สูงสุด 80 บาท
| สั่ง | ค่าส่ง |
|---|---|
| 1 ชิ้น | 50 บาท |
| 2 ชิ้น | 60 บาท |
| 3 ชิ้น | 70 บาท |
| 5 ชิ้น | 80 บาท (ชนเพดาน) |
สินค้าแต่ละตัวยังตั้งเองได้อีกว่าจะนับค่าส่งกี่ชิ้น อย่างสติกเกอร์ที่ใส่ไปกับของอื่นได้ก็ไม่ต้องนับ ส่วนตุ๊กตาตัวใหญ่จะให้นับเป็น 3 ชิ้นก็ได้ ดูที่การจัดส่งของสินค้านี้
นัดรับ
เหมาะกับตอนไปออกบูธ หรือให้ลูกค้ามารับของเอง กด "เพิ่มจุดนัดรับ" แล้วกรอก
- ชื่อจุดนัดรับ เช่น รับเองที่งาน Comic Fiesta
- วันเวลาและรายละเอียด เช่น เสาร์ที่ 14 พ.ย. 13:00 ถึง 18:00 บูธ A12
- ลิงก์แผนที่ (ไม่บังคับ) ใส่แล้วลูกค้าจะมีปุ่ม ดูแผนที่ ให้กด ลิงก์ต้องขึ้นต้นด้วย
http://หรือhttps://

นัดรับไม่เสียค่าส่ง ลูกค้าก็ไม่ต้องกรอกที่อยู่ ตอนนี้ลูกค้ายังเลือกวันเวลานัดเองไม่ได้ ถ้าต้องคุยเรื่องเวลากันเพิ่มก็ทักกันผ่านลิงก์ติดต่อ ส่วนพอลูกค้ามารับของแล้วต้องกดอะไร ดูที่ออเดอร์นัดรับ
ส่งฟรีเมื่อครบ
เปิด เปิดส่งฟรี แล้วใส่ยอดใน ส่งฟรีเมื่อครบ (บาท) ซื้อถึงยอดนี้เมื่อไหร่ก็ไม่คิดค่าส่งพัสดุ ในตะกร้าจะบอกลูกค้าด้วยว่าอีกกี่บาทถึงจะได้ส่งฟรี
ส่งฟรีใช้กับการส่งพัสดุทุกวิธี (นัดรับฟรีอยู่แล้ว) คูปองส่งฟรีก็เหมือนกัน ใช้ได้แค่กับการส่งพัสดุ

ร้านที่เปิดก่อนมีวิธีจัดส่ง
ร้านที่เปิดมาก่อนแล้วยังไม่เคยกดบันทึกวิธีจัดส่ง จะคิดค่าส่งเหมาต่อออเดอร์เท่าเดิมไปก่อน อยากคิดตามจำนวนชิ้นหรืออยากมีจุดนัดรับ ก็เข้ามาตั้งแล้วกดบันทึกได้เลย
ผู้ส่ง (ใบปะหน้า)
ชื่อ เบอร์ และที่อยู่ตรงนี้จะพิมพ์ลงช่องผู้ส่งบนใบปะหน้าพัสดุ กรอกไว้ตั้งแต่แรกจะได้ไม่ต้องเขียนมือ วิธีพิมพ์ดูที่ออเดอร์
ข้อมูลเพิ่มเติมตอนสั่งซื้อ
คำถามที่จะถามคนซื้อ ทุกออเดอร์ ตอนกรอกข้อมูล ใส่ได้ 5 ข้อ เช่น ชื่อที่ใช้ในไลฟ์ หรือ Discord (ถ้าอยากถามเฉพาะตอนซื้อบางชิ้น ไปตั้งในหน้าแก้ไขสินค้าแทน)
- มีคำถามสำเร็จรูปให้กดเพิ่มได้เลย (ชื่อที่ใช้ในไลฟ์, Discord, X, ข้อความถึงครีเอเตอร์) หรือกด สร้างคำถามเอง
- แต่ละข้อตั้งตัวอย่างคำตอบ ความยาวสูงสุด (ไม่เกิน 500 ตัวอักษร) และจะบังคับกรอกไหมก็ได้ ลากสลับลำดับได้
- ข้อไหนอยากให้คำตอบไปขึ้นบนวิดเจ็ตแจ้งเตือนการสั่งซื้อ ให้เปิด ใช้ขึ้นจอไลฟ์ (เปิดได้ข้อเดียว ถ้าใช้คำถาม "ชื่อที่ใช้ในไลฟ์" จะเปิดไว้ให้แล้ว) ลูกค้าจะเห็นป้าย ขึ้นจอไลฟ์ ข้างคำถามนี้ตอนจ่ายเงิน

คำตอบของลูกค้าจะไปโผล่ในหน้าออเดอร์กับใบแพ็ก
ภาษี
ถ้าร้านจดทะเบียน VAT ให้เปิด จดทะเบียน VAT แล้วกรอก
- เลขผู้เสียภาษี (13 หลัก)
- ชื่อผู้ประกอบการ
- ที่อยู่
- สาขา (เช่น สำนักงานใหญ่)
จากนั้นเลือก การออกใบกำกับภาษีเต็มรูป
- ออกอัตโนมัติ ลูกค้าขอใบกำกับภาษีตอนสั่งซื้อ ระบบออกให้ทันทีที่จ่ายเงินพร้อมใบเสร็จ
- ร้านกดออกเอง ระบบเตือนไว้ในหน้าออเดอร์ ร้านเช็กข้อมูลลูกค้าก่อนแล้วกดออกเอง

ร้านที่ไม่ได้เปิด VAT ลูกค้าจะขอใบกำกับภาษีไม่ได้ แต่ยังได้ใบเสร็จรับเงินอัตโนมัติทุกออเดอร์
แจ้งเตือน
- อีเมลเมื่อมีออเดอร์ใหม่ ส่งไปที่อีเมลของบัญชี EasyDonate
- แจ้งเตือนใน Dashboard ขึ้นกระดิ่งบน Dashboard EasyDonate เหมือนตอนมีโดเนทเข้า
สองอันนี้เปิดไว้ตั้งแต่แรก ถ้าออเดอร์เยอะจนอีเมลรกจะปิดอันใดอันหนึ่งก็ได้
ทีมงาน
เจ้าของร้านเชิญบัญชี EasyDonate คนอื่นมาเป็น แอดมิน ช่วยดูแลร้านได้ แอดมินจัดการสินค้า ออเดอร์ และตั้งค่าร้านได้เหมือนเจ้าของ แต่เชิญหรือนำคนอื่นออกไม่ได้

- พิมพ์ ชื่อผู้ใช้ EasyDonate ของคนที่จะเชิญ แล้วกด "ส่งคำเชิญ" คำเชิญจะขึ้นในรายการพร้อมป้าย รอตอบรับ
- คนที่ถูกเชิญจะได้แจ้งเตือนที่กระดิ่งใน Dashboard EasyDonate กดแล้วจะไปหน้าคำเชิญที่
ezdn.shop/invitesให้กด ยอมรับ หรือ ปฏิเสธ - พอยอมรับแล้ว แอดมินจะเข้าหลังร้านได้ทันทีด้วยบัญชี EasyDonate ของตัวเอง

ทีมงานรวมคำเชิญที่รอตอบรับมีได้ไม่เกิน 10 คน เจ้าของร้านกด ยกเลิกคำเชิญ หรือ นำออก ได้ตลอด ส่วนแอดมินกด ออกจากร้าน เองได้ การเชิญและนำออกมีผลทันที ไม่ต้องกดบันทึกที่แถบด้านล่าง
ร้านของสังกัด เจ้าของและแอดมินสังกัดเข้าจัดการร้านได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องเชิญ
ปิดร้านชั่วคราว
เปิดสวิตช์ ปิดร้าน เวลาจะพักร้าน เช่น ไปงานอีเวนต์หรือของหมดรอบ ลูกค้าที่เข้ามาจะเห็นข้อความปิดร้านแทนหน้าร้าน และสั่งซื้ออะไรไม่ได้จนกว่าจะเปิดใหม่
ใส่ ข้อความที่แสดง ได้ไม่เกิน 300 ตัวอักษร เช่น "ปิดรับออเดอร์ชั่วคราว กลับมาเปิดใหม่เร็วๆ นี้"

ออเดอร์ที่จ่ายเงินแล้วไม่ได้รับผลกระทบ ยังจัดส่งต่อได้ตามปกติ
ร้านที่ทีมงานระงับไว้ ลูกค้าจะเห็นร้านเป็นปิดชั่วคราวและสั่งซื้อไม่ได้ คุณยังเข้าหลังร้านไปแก้ไขข้อมูลได้ตามปกติ แต่จะกดเปิดร้านหรือเปิดแสดงใน ezdn.shop ไม่ได้จนกว่าทีมงานจะปลดระงับ ถ้าไม่แน่ใจว่าโดนเพราะอะไร ติดต่อทีมงานได้เลย