สินค้า
จัดการสินค้าทั้งหมดได้ที่เมนู สินค้า ในหลังร้าน กด "เพิ่มสินค้า" ที่มุมขวาบนเพื่อเริ่มสร้างชิ้นใหม่

ในหน้ารายการกรองได้ตามประเภท (พร้อมส่ง / Pre-order / ดิจิทัล / ชุดสินค้า), สถานะ (เผยแพร่ / ซ่อน / ลบแล้ว) และคอลเลกชัน ค้นจากชื่อหรือลิงก์สินค้าก็ได้ สวิตช์ท้ายแถวใช้เปิดปิดการเผยแพร่แบบเร็วๆ ไม่ต้องเข้าไปหน้าแก้ไข ส่วนปุ่ม "จัดลำดับหน้าร้าน" ใช้เรียงว่าสินค้าไหนขึ้นก่อนบนหน้าร้าน (ดูจัดลำดับหน้าร้าน)
เลือกประเภทสินค้าก่อน
ประเภทสินค้ามีผลกับวิธีนับสต็อกและการจัดส่ง เลือกให้ตรงตั้งแต่แรกจะง่ายที่สุด

ของที่มีอยู่ในมือแล้ว จ่ายเงินเสร็จก็แพ็คส่งได้เลย เลือก วิธีนับสต็อก ได้ 2 แบบ
- นับจำนวน ใส่จำนวนรวม ขายไปก็ลดลงเอง เหมาะกับของที่ทุกชิ้นเหมือนกัน ใส่ได้สูงสุด 10,000 ชิ้น
- เก็บข้อมูลรายชิ้น แต่ละชิ้นเป็น 1 รายการแยกกัน เก็บข้อมูลของชิ้นนั้นได้ เช่น หมายเลข หรือล็อตผลิต ทำให้รู้ว่าลูกค้าคนไหนได้ชิ้นไหน เหมาะกับของ limited ที่มีเลขรัน ดูวิธีใช้ที่สต็อกรายชิ้น
ของที่เปิดจองก่อนแล้วค่อยผลิต ต้องกำหนด
- ช่วงเวลารับจอง กดแล้วเลือกวันเวลา เปิดรับ กับ ปิดรับ จากปฏิทิน (เวลาไทย) ถ้าเลือกแค่วัน จะเปิดตั้งแต่ 00:00 ของวันแรกถึง 23:59 ของวันสุดท้าย อยากเปิดจองตอน 20:00 พร้อมไลฟ์ก็ปรับเวลาเองได้
- จำกัดจำนวนรอบนี้ ปล่อยว่างได้ถ้าไม่จำกัด ถ้ามีคนจองไปแล้ว จะตั้งต่ำกว่ายอดที่จองไม่ได้
- คาดว่าส่งเดือน (ไม่บังคับ) ลูกค้าจะเห็นเดือนนี้ในหน้าสินค้า

ออเดอร์ Pre-order ที่จ่ายเงินแล้วจะไปอยู่สถานะ รอผลิต ผลิตเสร็จเมื่อไหร่ค่อยกดย้ายไปรอจัดส่ง (ดูที่ออเดอร์)
ถ้าลูกค้าซื้อของพร้อมส่งปนกับ Pre-order ในออเดอร์เดียว ทั้งออเดอร์จะรอส่งพร้อมกันหลังรอบ Pre-order ปิด หน้าตะกร้าจะบอกลูกค้าไว้แล้ว
ของที่ไม่ต้องส่ง เช่น voice pack วอลเปเปอร์ หรือโค้ดต่างๆ ลูกค้าได้ของในหน้าคำสั่งซื้อทันทีหลังจ่ายเงิน ไม่คิดค่าส่ง และไม่ต้องกรอกที่อยู่ถ้าในตะกร้ามีแต่ของดิจิทัล
- ไฟล์เดียวกันทุกคน ทุกคนได้ไฟล์ชุดเดียวกัน ขายได้ไม่จำกัด
- โค้ดรายชิ้น แต่ละชิ้นคือโค้ดหรือคีย์ 1 อัน ลูกค้าได้โค้ดของชิ้นที่ซื้อหลังจ่ายเงิน ขายได้เท่าจำนวนโค้ดที่เพิ่มไว้ ใส่ไฟล์หรือลิงก์แถมให้ทุกคนเพิ่มได้ (ไม่บังคับ)

ไฟล์สำหรับดาวน์โหลด
สินค้า 1 ชิ้นใส่ได้ 10 ไฟล์ เช่น voice pack ที่แยกเป็นหลายชุด แต่ละไฟล์จะ อัปโหลดไฟล์ (ไม่เกิน 100 MB) หรือใส่ ลิงก์ภายนอก อย่าง Google Drive ก็ได้ อย่าลืมตั้งชื่อไฟล์ที่ลูกค้าจะเห็นด้วย ลากสลับลำดับได้ ลูกค้าจะเห็นเรียงตามนี้
- ดาวน์โหลดได้ต่อไฟล์ (ครั้ง) จำกัดได้ 1-1,000 ครั้ง นับแยกแต่ละไฟล์ ไม่ใส่คือโหลดได้ไม่จำกัด ลูกค้าจะเห็นว่าโหลดไปแล้วกี่ครั้ง ถ้าครบแล้วต้องทักร้านมา
- อยากอัปไฟล์ใหม่ทับของเดิม กด เปลี่ยนไฟล์ ได้เลย คนที่ซื้อไปแล้วจะได้ไฟล์ใหม่ไปด้วย ยอดโหลดที่นับไว้ก็ยังอยู่

ไฟล์ตามตัวเลือก
ตอนนี้สินค้าดิจิทัลใส่ตัวเลือกได้แล้ว เช่น voice pack แบบ Normal กับ Deluxe ถ้ามีทั้งไฟล์และตัวเลือก จะมีการ์ด ไฟล์ของแต่ละตัวเลือก โผล่มา กดที่ชื่อไฟล์เพื่อเลือกว่าแบบไหนได้ไฟล์อะไรบ้าง ตัวเลือกที่เพิ่มมาใหม่จะได้ทุกไฟล์ไปก่อน และต้องเหลืออย่างน้อย 1 ไฟล์

ขายล่วงหน้า ส่งไฟล์ทีหลัง
ไฟล์ยังทำไม่เสร็จแต่อยากเปิดขายก่อนก็ได้ เปิดสวิตช์ ขายล่วงหน้า ส่งไฟล์ทีหลัง (มีเฉพาะสินค้าดิจิทัลแบบ ไฟล์เดียวกันทุกคน) แล้วตั้ง ช่วงเวลารับจอง จำกัดจำนวนรอบนี้ และ คาดว่าส่งไฟล์เดือน เหมือนของ Pre-order จากนั้นเลือก วิธีส่งไฟล์

- ไฟล์เดียวกันทุกคน ใส่ไฟล์ตอนนี้หรือทีหลังก็ได้ พอไฟล์พร้อมแล้วกดบันทึกสินค้า แล้วกด "ปล่อยไฟล์ให้ผู้ซื้อ" ในการ์ดด้านล่าง ทุกออเดอร์ที่จ่ายแล้วจะได้อีเมลลิงก์ดาวน์โหลดพร้อมกัน ใครซื้อหลังจากนั้นได้ไฟล์ทันทีหลังจ่ายเงิน ถ้ายังมีออเดอร์ที่ค้างอยู่ ปุ่มจะเปลี่ยนเป็น "ปล่อยไฟล์ให้ออเดอร์ที่ค้าง"
- ไฟล์เฉพาะแต่ละออเดอร์ เหมาะกับงานที่ทำให้ลูกค้าแต่ละคน เช่น วอยซ์ที่เรียกชื่อคนซื้อ ร้านอัปไฟล์ให้ทีละออเดอร์ในหน้าออเดอร์ ถ้าต้องใช้ข้อมูลจากคนซื้อ เช่น ชื่อที่จะใส่ในไฟล์ ให้เพิ่มคำถามในข้อมูลที่ถามคนซื้อ

ปล่อยไฟล์แล้วย้อนกลับไม่ได้
ก่อนกดปล่อยไฟล์ต้องบันทึกการแก้ไขในหน้าสินค้าให้เรียบร้อย และต้องมีไฟล์อย่างน้อย 1 ไฟล์ พอปล่อยแล้ว ออเดอร์ที่มีแต่ของดิจิทัลจะปิดเป็น สำเร็จ ให้เอง
ในหน้ารายการสินค้า สินค้าแบบไฟล์เดียวกันทุกคนจะมีป้าย รอปล่อยไฟล์ หรือ ปล่อยไฟล์แล้ว บอกไว้
รวมสินค้าหลายชิ้นในร้านมาขายเป็นชุดเดียวในราคาเดียว เช่น เซ็ตวันเกิดที่มีอคริลิค สติกเกอร์ และ voice pack ชุดสินค้ามีหน้าสินค้าของตัวเอง ลูกค้ากดใส่ตะกร้าทีเดียวได้ครบทุกชิ้น
สินค้าในชุด
- กด "เพิ่มสินค้า" ในการ์ด สินค้าในชุด แล้วเลือกสินค้าของร้านที่จะใส่ ค้นจากชื่อได้ สินค้าที่ซ่อนอยู่ก็ใส่ได้ (มีป้าย ซ่อนอยู่) เหมาะกับของที่อยากขายเฉพาะในชุด กด "เสร็จ" เมื่อเลือกครบ
- สินค้าที่มีตัวเลือก ต้องกด เลือกแบบ ไว้ 1 แบบต่อรายการ ลูกค้าเปลี่ยนแบบเองไม่ได้ ถ้าอยากให้มีหลายแบบในชุดเดียว เช่น เสื้อสีดำกับสีขาว ก็เพิ่มสินค้าเดิมอีกรายการแล้วเลือกแบบอื่น
- กดปุ่ม - / + เพื่อตั้งจำนวนต่อชุด รายการละ 1-20 ชิ้น กดไอคอนถังขยะ (ออกจากชุด) เพื่อเอารายการออก
- ชุดหนึ่งมีได้ 2-20 รายการ และใส่ชุดสินค้าซ้อนในชุดอื่นไม่ได้


ราคาและสรุปชุด
ตั้ง ราคาขาย ของชุดในการ์ด ราคา ตามปกติ ช่อง ราคาเทียบ (รวมแยกชิ้น) ระบบรวมให้เองจากราคาของทุกชิ้นในชุด หน้าร้านจะขีดฆ่าราคานี้ไว้ และบอกลูกค้าว่าซื้อเป็นชุด ประหยัด เท่าไหร่
การ์ด สรุปชุด ด้านข้างบอก ซื้อแยก ราคาชุด ประหยัด สต็อกชุด และวิธี จัดส่ง ให้เช็กก่อนบันทึก ถ้าตั้งราคาชุดแพงกว่าซื้อแยก จะมีคำเตือน ราคาชุดสูงกว่าซื้อแยก

สต็อกและการจัดส่ง
- ชุดสินค้าไม่มีสต็อกของตัวเอง จะขายได้เท่าที่ชิ้นที่เหลือน้อยที่สุดในชุดยังพอ การ์ดสรุปจะบอกว่า จำกัดโดย ชิ้นไหน ขายชุดไปแล้วสต็อกของแต่ละชิ้นก็ลดตาม
- มีของ Pre-order ในชุดได้ ชุดนั้นจะสั่งได้เฉพาะช่วงเปิดจอง และปิดตามรอบจองที่ปิดเร็วที่สุด ทั้งชุดจะส่งพร้อมกันเมื่อของครบ
- คูปองคิดส่วนลดจากราคาชุด
- ออเดอร์จะแตกชุดออกเป็นรายชิ้นให้ร้านแพ็กและส่งไฟล์ได้ตามเดิม (ดูชุดสินค้าในออเดอร์)
สินค้าที่อยู่ในชุดต้องเอาออกก่อน
สินค้าที่อยู่ในชุดสินค้า ลบหรือเปลี่ยนเป็นชุดสินค้าไม่ได้ ระบบจะบอกว่าอยู่ในชุดไหน ให้เอาออกจากชุดนั้นก่อน
บันทึกการแก้ไข
แก้อะไรในหน้าแก้ไขสินค้า แถบบันทึกจะเด้งขึ้นมาด้านล่าง กด "บันทึก" ทีเดียวจบ หรือกด "รีเซ็ต" ถ้าอยากย้อนกลับ ถ้ารูปยังอัปไม่เสร็จต้องรอแป๊บนึงก่อนนะ

ข้อมูลสินค้า
- ชื่อสินค้า ยาวได้ 120 ตัวอักษร
- ลิงก์สินค้า ส่วนท้ายของลิงก์ เช่น
easydonate.ezdn.shop/birthday-teeถ้าชื่อเป็นภาษาอังกฤษระบบจะตั้งให้จากชื่อ ถ้าเป็นภาษาไทยต้องพิมพ์เอง ใช้ได้แค่ a-z 0-9 และ-คำอย่างcart,checkout,orders,products,collectionsใช้ไม่ได้เพราะชนกับหน้าอื่นของร้าน - คำอธิบาย ทำตัวหนา ตัวเอียง และปรับขนาดตัวอักษรได้ บอกขนาด วัสดุ หรือรายละเอียดที่ลูกค้าน่าจะถามไว้ตรงนี้ เว้นบรรทัดไว้เท่าไหร่ หน้าร้านก็เว้นให้เท่านั้น
รูปภาพ
ใส่ได้ 10 รูป รูปแรกจะเป็น รูปหลัก บนการ์ดสินค้า แนะนำสัดส่วน 1:1 ลากรูปเพื่อสลับลำดับได้ ถ้าสินค้ามีหลายสีหรือหลายแบบ ผูกรูปกับแต่ละตัวเลือกได้ด้วย (ดูรูปของตัวเลือก)
บนหน้าร้าน ลูกค้าคลิกขวาหรือกดค้างเพื่อบันทึกรูปสินค้าไม่ได้ (แต่ยังแคปหน้าจอได้นะ)

ราคา
- ราคาขาย (บาท) สูงสุด 1,000,000 บาท
- ราคาก่อนลด (ไม่บังคับ) ถ้าใส่ หน้าร้านจะขีดฆ่าราคานี้ไว้ข้างราคาขาย ต้องสูงกว่าราคาขาย
- จำกัดต่อออเดอร์ (ไม่บังคับ) ลูกค้า 1 ออเดอร์ซื้อชิ้นนี้ได้กี่ชิ้น ใส่ได้ 1-999
การจัดส่งของสินค้านี้
การ์ดนี้อยู่ใต้ราคา มีแค่ในสินค้าพร้อมส่งกับ Pre-order (ของดิจิทัลไม่ต้องส่งอยู่แล้ว) เอาไว้บอกว่าสินค้าชิ้นนี้ส่งด้วยวิธีไหนได้บ้าง และให้นับค่าส่งกี่ชิ้น ส่วนวิธีจัดส่งต้องไปตั้งไว้ในตั้งค่าร้านก่อนนะ

ส่งด้วยวิธีไหน เลือกได้ 3 แบบ
- ทุกวิธีของร้าน ให้ลูกค้าเลือกเองจากทุกวิธีที่ร้านมี (ตั้งมาแบบนี้)
- ส่งพัสดุเท่านั้น ลูกค้าต้องกรอกที่อยู่ ใช้ได้แค่วิธีส่งพัสดุ
- นัดรับเท่านั้น ลูกค้าไม่ต้องกรอกที่อยู่ ใช้ได้แค่จุดนัดรับ เหมาะกับของที่จะเอาไปขายหรือแจกที่งาน
พอเลือก ส่งพัสดุเท่านั้น หรือ นัดรับเท่านั้น จะมีรายชื่อวิธีของร้านแบบนั้นขึ้นมาใต้ปุ่ม (หัวข้อ ส่งด้วย หรือ รับได้ที่) กดเลือกหรือเอาออกทีละอันได้ อย่างร้านมีจุดนัดรับ 2 งาน แต่ของชิ้นนี้มีแค่งานเดียว ก็กดเอาอีกงานออก (ต้องเหลือไว้อย่างน้อย 1 อัน) ท้ายรายการมีปุ่ม + เพิ่มจุดนัดรับ / + เพิ่มวิธีส่งพัสดุ ให้เพิ่มได้จากตรงนี้เลย
ยังไม่มีจุดนัดรับ
ร้านยังไม่มีจุดนัดรับ (หรือยังไม่มีวิธีส่งพัสดุ) ก็กดปุ่มนั้นได้เลย จะมีหน้าต่าง เพิ่มจุดนัดรับ เด้งขึ้นมาให้กรอก กด "เพิ่มและใช้กับสินค้านี้" แล้วจุดนั้นจะไปอยู่ในตั้งค่าร้านด้วย สินค้าชิ้นอื่นก็เลือกใช้ได้ ไม่ต้องออกไปหน้าตั้งค่าร้านก่อน ของที่พิมพ์ไว้ในหน้าสินค้าก็ไม่หาย

ถ้าตั้งเป็นนัดรับเท่านั้น หน้าสินค้าฝั่งลูกค้าจะขึ้นว่า นัดรับเท่านั้น พร้อมชื่อจุดนัดรับ
ค่าส่ง (ถ้าเลือกนัดรับเท่านั้น ส่วนนี้จะหายไป เพราะนัดรับไม่มีค่าส่ง)
- คิดปกติ นับเป็น 1 ชิ้นตามวิธีจัดส่งของร้าน
- ส่งแถมไปได้ ใส่ไปกับของชิ้นอื่นได้ ค่าส่งไม่เพิ่ม เช่น สติกเกอร์ โปสการ์ด
- ชิ้นใหญ่ กด - / + ตั้ง คิดค่าส่งเท่า 2-20 ชิ้น เช่น ตุ๊กตาตัวใหญ่ที่กินที่ในกล่อง
ตัวอย่าง ถ้าร้านตั้งค่าส่งชิ้นแรก 50 บาท ชิ้นถัดไป +10 บาท
| ในตะกร้า | ค่าส่ง |
|---|---|
| หนังสือ 2 เล่ม (คิดปกติ) | 60 บาท |
| หนังสือ 1 + สติกเกอร์ 3 (ส่งแถมไปได้) | 50 บาท |
| ตุ๊กตาใหญ่ 1 ตัว (ชิ้นใหญ่ นับ 3 ชิ้น) | 70 บาท |
ถ้าในตะกร้ามีแต่ของที่ส่งแถมไปได้ ก็ยังคิดค่าส่งชิ้นแรกอยู่ 1 ครั้งนะ
ลูกค้าเห็นเฉพาะวิธีที่ทุกชิ้นใช้ได้
ตอนจ่ายเงิน ลูกค้าจะเห็นแค่วิธีจัดส่งที่ของทุกชิ้นในตะกร้าใช้ได้ ถ้าไม่มีวิธีไหนใช้ด้วยกันได้เลย เช่น ซื้อของนัดรับเท่านั้นคู่กับของส่งพัสดุเท่านั้น ลูกค้าจะต้องแยกสั่งเป็น 2 ออเดอร์
ตัวเลือกสินค้า
ใช้กับของที่มีหลายแบบ เช่น เสื้อมีไซซ์ S M L หรือมีหลายสี (ของดิจิทัลก็ใส่ได้) ในการ์ด ตัวเลือกสินค้า กดปุ่มกลุ่มสำเร็จรูป + ไซซ์ + สี + แบบ หรือ + ตั้งชื่อเอง แล้วเพิ่มค่าในกลุ่มนั้น
- กดค่าที่ระบบแนะนำในแถว แตะเพื่อเพิ่ม ได้เลย เช่น กลุ่มไซซ์จะมี + S + M + L ให้กด
- ค่าที่ไม่มีในรายการ กด + เพิ่มค่า (ชื่อปุ่มเปลี่ยนตามกลุ่ม เช่น + เพิ่มไซซ์) พิมพ์แล้วกดปุ่ม เพิ่ม ไม่ต้องกด Enter ใช้บน iPad ก็สะดวก
- กด × ข้างค่าเพื่อลบ ถ้าอยากเปลี่ยนชื่อหรือใส่รูป แตะที่ชื่อค่า จะมีหน้าต่าง แก้ ขึ้นมาให้
ระบบสร้างตาราง ราคาและสต็อก ให้ครบทุกแบบเอง เช่น ไซซ์ 3 ค่า กับสี 2 ค่า จะได้ 6 แบบ (S / ดำ, S / ขาว, ...) กดปุ่ม ? ข้างหัวการ์ดเพื่อดูตัวอย่างได้

ในตาราง แต่ละแบบตั้งค่าแยกได้
- สต็อก (พร้อมส่งแบบนับจำนวน) หรือ จำกัดจำนวน (Pre-order)
- ราคา ใส่ราคาขายจริงของแบบนั้นได้เลย เช่น ไซซ์ XL ขาย 350 บาท ใต้ช่องจะบอกว่าต่างจากราคาปกติเท่าไหร่ (เช่น +50 จากราคาปกติ) ราคาต้องไม่ติดลบ
- รหัส SKU (ไม่บังคับ) รหัสสินค้าไว้ใช้เอง เปิดสวิตช์ รหัส SKU มุมขวาของตารางก่อน ช่องถึงจะโผล่มา
ถ้าทุกแบบสต็อกหรือราคาเท่ากัน ใส่ตัวเลขในแถว ตั้งทุกแบบพร้อมกัน แล้วกด "ใช้กับทุกแบบ" ทีเดียว ไม่ต้องกรอกทีละแถว
ข้อจำกัด: มีตัวเลือกได้ 3 กลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 30 ค่า และรวมกันได้ไม่เกิน 100 แบบ ชื่อและค่าของตัวเลือกห้ามมีเครื่องหมาย = หรือ |
รูปของตัวเลือก
ผูกรูปกับแต่ละค่าได้ เช่น สีดำใช้รูปเสื้อสีดำ แตะที่ค่านั้น แล้วเลือกรูปในหัวข้อ รูปของตัวเลือกนี้ (เลือกจากรูปภาพที่อัปไว้ในสินค้า) กด "เสร็จ" แล้วบันทึกสินค้า ค่าที่ผูกรูปไว้จะมีรูปเล็กๆ ขึ้นในตาราง

ลูกค้ากดเลือกตัวเลือกไหนบนหน้าร้าน รูปสินค้าก็เปลี่ยนเป็นรูปของตัวเลือกนั้น ค่าที่ไม่ได้ผูกรูป (เลือก ไม่มีรูป) จะใช้รูปเดิมของสินค้า
หมวดหมู่
เลือกหมวดหลักจากรายการ (เสื้อผ้า, อคริลิค, สิ่งพิมพ์, สติกเกอร์, พวงกุญแจ, ตุ๊กตา, ของสะสม, แผ่นรองเมาส์, เข็มกลัด, แก้วและที่รองแก้ว, ของกิน, Voice Pack, Digital, อื่น ๆ) หมวดใช้เป็นตัวกรองในหน้า สินค้าทั้งหมด ของร้าน และจัดกลุ่มในหน้ารวมร้านค้า ezdn.shop
ถ้ายังไม่ได้เลือกหมวด (หรือเลือก อื่น ๆ ไว้) พอพิมพ์ชื่อสินค้าแล้ว ระบบ (AI) จะแนะนำหมวดที่น่าจะใช่เป็นชิป แนะนำ: (ชื่อหมวด) กด ใช้หมวดนี้ ถ้าเห็นด้วย ระบบไม่เปลี่ยนหมวดให้เอง

อยากจัดกลุ่มบนหน้าร้านตัวเอง เช่น "ของที่ระลึกรอบวันเกิด" ใช้คอลเลกชันแทน
การแสดงผล
- เผยแพร่ในร้าน เปิดแล้วลูกค้าเห็นและซื้อได้ ปิดไว้คือซ่อน เห็นแค่ในหลังร้าน (สินค้าใหม่จะเป็นซ่อนไว้ก่อน)
- คอลเลกชัน เลือกว่าสินค้านี้อยู่กลุ่มไหน ต้องสร้างคอลเลกชันไว้ก่อน
- ผูกกับครีเอเตอร์ เลือก talent ในสังกัด หรือครีเอเตอร์ที่ชวนมาโปรโมต สินค้าจะไปขึ้นในวิดเจ็ตร้านค้าของคนนั้น ถ้าเป็นร้านสังกัดก็จะขึ้นบนหน้าโดเนทของ talent คนนั้นด้วย
ด้านข้างมี ตัวอย่างการ์ดสินค้า ให้ดูว่าบนหน้าร้านจะออกมาหน้าตาแบบไหนก่อนกดบันทึก
จัดลำดับหน้าร้าน
อยากให้สินค้าไหนขึ้นก่อน กด "จัดลำดับหน้าร้าน" ในหน้ารายการสินค้า แล้วลากแถวขึ้นลง หรือพิมพ์เลขลำดับลงในช่องก็ได้ ปุ่มลูกศรท้ายแถว (ไปบนสุด) ย้ายชิ้นนั้นขึ้นบนสุดทีเดียว จัดเสร็จกด "บันทึก" ที่แถบด้านล่าง

- ลำดับนี้ใช้กับหน้าแรกของร้าน หน้าสินค้าทั้งหมด และคอลเลกชัน เมื่อลูกค้าเรียงแบบ แนะนำ (ค่าเริ่มต้น)
- สินค้าที่ลงใหม่จะขึ้นบนสุดเสมอ ย้ายลงทีหลังได้
- ลูกค้ายังเปลี่ยนไปเรียงแบบ ใหม่ล่าสุด ราคาต่ำ-สูง หรือ ราคาสูง-ต่ำ เองได้
ข้อมูลที่ถามคนซื้อ
ไว้ถามของที่ต้องรู้เฉพาะสินค้าชิ้นนี้ เช่น ชื่อที่จะสลัก หรือชื่อที่อยากให้เซ็นบนการ์ด คำถามจะขึ้นตอนจ่ายเงินเฉพาะตอนที่มีชิ้นนี้อยู่ในตะกร้า ใส่ได้ 3 ข้อ
- กดเพิ่มจากคำถามสำเร็จรูป (ชื่อบนการ์ด / ลายเซ็น, ชื่อที่จะสลัก, ข้อความถึงครีเอเตอร์) หรือกด สร้างคำถามเอง
- แต่ละข้อตั้งตัวอย่างคำตอบ ความยาวสูงสุด (ไม่เกิน 500 ตัวอักษร) และจะบังคับกรอกไหมก็ได้
คำตอบจะไปขึ้นในหน้าออเดอร์กับใบแพ็ก ถ้าอยากถามทุกออเดอร์ไม่ว่าจะซื้ออะไร ไปตั้งที่ข้อมูลเพิ่มเติมตอนสั่งซื้อแทน

ข้อความหลังชำระเงิน
ข้อความนี้ลูกค้าจะเห็นในหน้าคำสั่งซื้อ และได้ทางอีเมลหลังจ่ายเงินแล้ว ใส่วิธีรับของ ลิงก์เข้ากลุ่ม หรือขั้นตอนใช้งานโค้ดก็ได้ ยาวได้ 5,000 ตัวอักษร ไม่ใส่ก็ได้
ลบสินค้า
กด "ลบสินค้า" ในหน้าแก้ไข ผลจะต่างกันแล้วแต่ว่าเคยขายไปหรือยัง
- ยังไม่เคยมีคนสั่ง ลบถาวร รวมถึงสต็อกรายชิ้นด้วย
- เคยมีคนสั่งแล้ว ระบบจะซ่อนและย้ายไปไว้ที่แท็บ ลบแล้ว แทน เพื่อให้ออเดอร์เก่ายังเปิดดูได้ ดูข้อมูลได้แต่แก้ไขไม่ได้
ถ้าแค่อยากเอาออกจากหน้าร้านชั่วคราว ปิด เผยแพร่ในร้าน ไว้ดีกว่า เปิดกลับมาขายต่อได้ทุกเมื่อ
ทีมงานระงับสินค้านี้ไว้ ลูกค้าจะไม่เห็นและสั่งซื้อไม่ได้จนกว่าทีมงานจะยกเลิกการระงับ ถ้าทีมงานบอกเหตุผลไว้ จะขึ้นเป็น หมายเหตุจากทีมงาน ในกล่องสีเหลืองด้านบนหน้าแก้ไขสินค้า (หน้าสต็อกรายชิ้นก็มี) ถ้าคิดว่าเป็นความผิดพลาดก็ทักทีมงานมาได้เลย
